|
คณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำเข้าเฝ้าฯถวายรายงานสถานการณ์นํ้า |
|
|
เมื่อเวลา 17.58 น. วันที่ 5 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นาย สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร นำคณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการสนองพระราชดำริด้านงานวิจัยของสถาบันฯ สรุปสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 53 และม.ค.-ส.ค.54 การคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทย ปี 54 ผลการประกวดจัดการทรัพยากรธรรมชาติชุมชนตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 4 และการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เนื่องจากในปีนี้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่
อันเนื่องด้วยฝนที่มาเร็วกว่าปกติ
ส่งผลให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างเร็วรวดจนใกล้เต็มความจุ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบปัญหาดังกล่าว
จึงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและ
การเกษตร เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
เข้าเฝ้าฯเพื่อรับพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของ
สถาบันฯ เพื่อนำไปส่งเสริม
สนับสนุนการป้องกันและบรรเทาปัญหาดังกล่าวให้กับหน่วยงานต่างๆ
และราษฎรต่อไป
เมื่อพระชนมพรรษา 83 พรรษา
พระองค์พระราชทานพระราชดำริด้านงานวิจัยระบบโทรมาตรและแบบจำลองลม
ให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รับไปดำเนินการสนองพระราชดำริ
ปัจจุบันสถาบันฯ
ได้พัฒนาเทคโนโลยีโทรมาตรตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำด้วยคลื่นเรดาร์
โดยคำนวณระดับน้ำจากคลื่นสะท้อนระหว่างอุปกรณ์กับผิวน้ำ
ทำให้สามารถวัดระดับในแม่น้ำที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนเรื่องแบบจำลองลมและแบบจำลองสภาพอากาศ
สถาบันฯได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทำให้สามารถคาดการณ์ลม
และสภาพอากาศล่วงหน้าได้ 7 วัน ความละเอียด 3 x 3 กิโลเมตร
โดยส่งข้อมูลให้หน่วยงานต่างๆ ไปใช้ดำเนินการ เช่น ปภ.
ใช้เตรียมการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย
กรมชลประทานใช้ติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ใช้วางแผนรับสัญญาณข้อมูลดาวเทียม ติดตามและประเมินความเสียหายจากอุทกภัย
สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ใช้วางแผนเพื่อปฏิบัติการฝนหลวง เป็นต้น
ทั้งนี้รายงานสรุปสถานการณ์น้ำในประเทศไทย พบว่าปี 53
มีปริมาณน้ำฝนสะสมเฉลี่ยทั้งประเทศ 1,436 มิลลิเมตร
ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 4.4 โดยปัจจัยที่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝน
ได้แก่ ปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา ส่วนในปีนี้ พบว่าฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ
ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค. มีปริมาณฝน 1,227 มิลลิเมตร
ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 38
ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของลานีญาในครึ่งปีแรก
และตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิ.ย. อิทธิพลของลมประจำภูมิภาค
รวมถึงพายุโซนร้อนไหหม่าและนกเตน
ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำสะสมเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์
สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่การคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทยปี 54 นั้น
ปริมาณฝนจะมากกว่าเกณฑ์ปกติ คือ มากกว่าหรือใกล้เคียงกับปีน้ำมาก เมื่อปี
51 เนื่องจากในครึ่งปีหลังอิทธิพลของลมประจำภูมิภาค
ซึ่งจากการศึกษาลายพิมพ์นิ้วมือของน้ำฝนด้วยระบบที่เรียกว่า ไอโซโทป
ทำให้ทราบว่า
ภูมิอากาศของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวงจรการหมุนเวียนของอากาศ 2
วงจรในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน
ซึ่งเป็นผลมาจากลมสินค้าและลมมรสุมดังกล่าว
และวงจรดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อสภาพอากาศภายในฤดูกาล
สำหรับผลประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ
ครั้งที่ 4 มีชุมชนเข้าร่วมประกวดทั่วประเทศ
ชุมชนที่ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้แก่ ชุมชนบ้านคลองเรือ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
ส่วนชุมชนรองชนะเลิศได้รับรางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำฝายแม่หาด ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง
จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนชุมชนดังกล่าว เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล
ในวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2554 นี้
ในส่วนของการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชุมชนได้ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำและการผลิตได้อย่างมี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ข้อมูลอากาศและน้ำ แผนที่ ภาพถ่ายจากดาวเทียม
แบบจำลองการไหลของน้ำ สมดุลน้ำ สามารถสร้างรายได้ ลดหนี้สิน
และเพิ่มทรัพย์สินให้กับชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว 107 ชุมชน
และจะเพิ่มขึ้นอีก 40 ชุมชน ในปีหน้า รวมทั้งสิน 147 ชุมชนอนึ่ง
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
ทรงเห็นความเดือดร้อนของราษฎรเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม และฝนแล้ง
จึงได้เสด็จทรงติดตามความคืบหน้าการดำเนินการโครงการจัดการน้ำในชุมชน
เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ อ.บุ่งคล้า
จ.บึงกาฬ อ.เมือง และ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ด้วย |